กุ๊ดอาฟเท่อะนูน จ้าา วันนี้มาเขียนบล๊อกช้าหน่อย อิอิ โปรดสังเกตุธีมบล๊อกสวยถูกใจคนเขียนมาก ต้องขอบคุณผู้ใจดีแจกธีมสำหรับใช้กับบล๊อก exteen ทุกท่านด้วยนะจ๊ะ

             วันนี้มีเรื่องการกล่าวคำขอโทษมาฝากให้ไปใช้กันเพราะมันเป็นสำนวนติดปากสำหรับคนทั่วโลกไม่ว่าจะทำอะไรช้า ผิดนิดหน่อยเราก้อขอโทษกันทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข การขอโทษ ขออภัยจึงถือว่าสำคัญที่สุด จริงป่าวๆ อิอิ

            สำนวนภาษาอังกฤษที่เราใช้กล่าวขอโทษกันมีหลายสำนวน ผู้เขียนจะขอหยิบยกมาให้นำไปใช้กันตามที่นิยมและใช้แพร่หลายกันก็พอนะคะ ขืนจำไปมากจะสับสน 

              ก่อนที่จะใช้สำนวนกล่าวคำขอโทษ เรามาดูศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่าขอโทษ ยกโทษ ซึ่งความหมายของศัพท์แต่ละคำนั้นคล้ายคลึงกันและใช้ในการขอโทษเหมือนกันแต่ต่างกันตรงโอกาสและสถานะของการใช้นะคะ

           คำแรกคือคำว่า  apologize v.  (อะพ็อลโลไจซ) : หมายถึงการขอโทษ เพราะผู้ขอเกิดความสำนึกและยอมรับว่า ได้ทำได้ทำวามยุ่งยากหรือทำความเจ็บปวดให้กับผู้อื่น เช่น

          - I apologized to her for stepping on her foot. ฉันขอโทษที่ไปเหยียบเท้าเธอ

         - I apologized to him for my error. ฉันขอโทษเขาที่ได้ผิดพลาดอะไรไปบ้าง

          เวลาเราใช้คำว่า apologize ในการขอโทษ เราจะใช้สำนวนหระโยค ที่ว่า

     I apologize to ..........(ผู้ที่เราต้องการขอโทษ) for .......(v+ing.........(เรื่องที่เราทำผิด)

         หรือ apologize for ................. (เรื่องที่เราต้องการขอโทษ) เช่น

                May I apologize for coming late. ฉันขอโทษที่มาสายนะคะ

              คำต่อไปคือคำว่า forgive v. (ฟอกิฟว) : หมายถึงการให้อภัยหรือยกโทษให้กับผู้ที่ล่วงเกินตนเป็นเหตุให้เกิดอารมณ์เคียดแค้นขึ้นในใจ และเมื่อมีการขอโทษให้อภัยแล้วก็จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย    เช่น 

        -  He forgive me for being late. เขาให้อภัยฉันที่มาสาย

        - I was pleased to forgive him for what he said to me at the meeting yesterday.

           ฉันยินดีที่จะให้อภัยเขาต่อสิ่งที่เขาได้พูดถึงฉันในที่ประชุมเมื่อวานนี้

       คำต่อไปคือคำว่า  excuse v. (เอ็กซคิวส์) : หมายถึงการยกโทษหรือการให้อภัยในความผิดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งเป็นมารยาทในด้านสังคมหรือประเพณี เช่นการพูดขอทางผ่าน การลุกเดินเหินนั่งแล้วไปเบียดหรือเฉี่ยวชนใครเข้าโดยไม่ตั้งใจใช้ excuse เช่น

        - Excuse me for not recognising you. ขอโทษนะคะที่จำคุณไม่ได้

        - Please excuse me for miscalling you. ขออภัยด้วยนะคะที่เรียกชื่อคุณผิด

        - Please excuse for the way to go outside. ขอโทษนะคะขอทางออกไปหน่อย

        คำสุดท้ายคือคำว่า pardon v. (พาดัน) :  หมายถึงการขอโทษหรืออภัยโทษ นิยมใช้เมื่อโทษนั้นเป็นโทษหนัก เช่นการทำผิดกฎหมาย หรือผิดศีลธรรมแต่บางครั้ง ก็นำมาใช้ในความหมายว่าไม่ได้ยิน หรือได้ยินไม่ชัด ขอให้พูดใหม่อิกครั้งได้ไหม เหล่านี้เป็นต้น เช่น

       - Fifty prisoners were pardoned. นักโทษ 50 คนได้รับอภัยโทษแล้ว

       - Pardon me. Will you please say it again.  ขอโทษนะคะ กรุณาพูดอีกครั้งได้ไหม หรืออาจจะกล่าวสั้นๆ หลังจากต้องการให้ผู้พูด พูดอีกครั้ง คือ

       - Pardon me.

       เอาละเรารู้ความหมายของแต่ละคำแล้ว เลือกใช้ได้ตามความผิดนะคะ อิอิ ต่อไปเป็นสำนวนที่เรามักจะใช้พูดขอโทษกัน ตามนี้เลยค่ะ

            1) Excuses and Apologies การกล่าวคำขอโทษ  สำนวนที่ใช้กันมากๆ มีตามนี้จ้ะ

 

- Excuse me. ขอโทษครับ (ค่ะ)

- Pardon me.  ขอโทษครับ (ค่ะ)

- Excuse me for being late. ขอโทษทีฉันมาช้า

- I'm so sorry. ฉันขอโทษเป็นอย่างสูง

- I'm very sorry. ฉันขอโทษเป็นอย่างมาก

- I'm very sorry for not coming yesterday. ฉันเสียใจมากๆที่ไม่ได้มาเมื่อวานนี้

- I'm sorry to have kept you waiting. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณรอ

- I'm sorry I can't help you. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ช่วยคุณไม่ได้

- I'm sorry to have troubled you. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณยุ่งยาก

- I apologize for breaking my promise. ฉันต้องขอโทษด้วยที่ผิดสัญญา

- It's my fault. มันเป็นความผิดของฉันเอง

- How stupid of me! ฉันช่างโง่เง่าเสียเหลือเกิน

- I'm sorry I'm late. ขอโทษด้วยที่ฉันมาสาย

 

   2) เมื่อมีผู้กล่าวคำขอโทษเรา การตอบรับก็ถือเป็นมารยาทอันสำคัญของเรานะคะ มิเช่นนั้นจะดุเป็นการผิดมารยาทและเหมือนจะไม่ต้องการคำขอโทษอะไรแบบนั้น ห้าๆๆ เดี๋ยวจะคบกันต่อไม่ได้นะจะบอกให้ เอ้อ  การตอลรับคำขอโทษที่ติดๆปากทั่วไปมีตามนี้ค่ะ

- That's all right.
- Of course.
- Certainly.
- It's nothing at all.
- Forget it.
- Don't worry about it.
- It's wasn't your fault.
- It doesn't matter.
ทั้งการกล่าวคำขอโทษ และการตอบรับที่นิยมใช้กันก็มีประมาณนี้แหละค่ะ แต่จริงๆมีมากสำนวนกว่านี้นะคะ เพียงแต่ เราเอาที่ใช้และได้ยินกันบ่อย ๆ ก็พอค่ะ  หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ

edit @ 12 Jul 2009 15:20:55 by I'm memory

edit @ 12 Jul 2009 20:06:18 by I'm memory

Comment

Comment:

Tweet

#16 By (223.205.251.200|223.205.251.200) on 2015-01-14 02:56

#15 By (1.47.139.163|1.47.139.163) on 2015-01-10 22:41

ก็โอนะconfused smile

#14 By มินนี่ (61.90.42.41) on 2011-07-20 18:25

อี่ห่า เป็ด

#13 By พั่พ่พั (125.26.155.243) on 2011-06-14 09:33

ขอบพระคุณมากๆค่ะ

#12 By faith (125.26.205.249) on 2011-04-11 00:41

รายกันไม่รุ
555+
sad smile แต่ก่อดีนะ อิอิ

#11 By tan (124.120.8.14) on 2011-02-19 16:36

sad smile cry double wink wink question ให้กี

#10 By (113.53.113.250) on 2010-09-16 12:14

เรา
คุณ
ขอโทษ
มาก
ค่ะ
*(

#9 By (113.53.113.250) on 2010-09-16 12:12

ฉันขอโทษค่ะ

#8 By (113.53.113.250) on 2010-09-16 12:07

ขอบคุนมากค่าsurprised smile

#7 By pim (119.42.84.50) on 2010-08-08 17:09

555cry

#6 By (118.172.111.47) on 2010-05-24 19:50

big smile open-mounthed smile sad smile angry smile tongue question surprised smile surprised smile wink double wink cry

#5 By 1234 (118.172.117.142) on 2010-01-31 15:32

#4 By (203.172.162.250) on 2010-01-25 16:39

#3 By หมวยสวย (203.172.162.250) on 2010-01-25 16:38

โหย มะ พอ อ่า

^^

เค้า ต้อง ใช้ 3 ตัว อย่าง อ่า จิ

-*-

ไง กะ ขอบ คุณ น๊า

#2 By มะเหมี่ยว (118.172.187.144) on 2009-09-19 20:36

เตงเขียนช้าๆหน่อยจิ เค้าอ่านม่าทันอะ cry cry cry

บล๊อกสวยนะ คนทำกะจ๋วย cry cry

#1 By lfr!t (124.157.179.14) on 2009-07-12 16:50